สถานการณ์ในเดือน ก.พ. 63 นี่ พูดสั้น ๆ เลยว่า “หนัก” จากการระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือชื่อใหม่เก๋ ๆ ว่า โควิด-19 เรียกได้ว่ามีผลกระทบไปทั่วโลกแล้ว ณ เพลานี้

มาดูกันว่าพอร์ตน้อย ๆ ของผมจะเป็นอย่างไร


รีวิวผลการลงทุนที่ผ่านมา

มูลค่าพอร์ตล่าสุดอยู่ที่ 29,335.82 บาท (เงินต้น 30,000 บาท) คือ อยู่ในสถานะขาดทุนแล้วนั่นเอง

ผลตอบแทนอยู่ที่ -3%

มาดูกันที่ Benchmark (BM) พบว่า ถ้าลงทุนแบบ SAA (Static Asset Allocation) ตาม Asset Index ด้วย Weight ที่วางแผนไว้ในแต่ละประเภทสินทรัพย์ ผลตอบแทนรวมจะอยู่ที่ -8.02%

เรียกได้ว่าการตัดสินใจถือสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างกองทุนตราสารหนี้ช่วยลดผลกระทบไปได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว แต่พอร์ตก็ยังติดลบอยู่

สัดส่วนพอร์ตปัจจุบันก็ยังไม่หนีจากเดิมมากนัก

EM EQ ที่เดือนก่อนมีสัดส่วนลดลง แต่เดือนนี้กลับขยับขึ้นมา ส่วนที่ลดลงไปคือ DM EQ กับ Sector EQ (นี่หนักเลย) เดี๋ยวมาดูกราฟในแต่ละสินทรัพย์ด้านล่างกัน


การเข้าซื้อเดือนนี้

Thai Property – จากกราฟจะเห็นได้ว่าสัปดาห์ที่แล้วรูดหนักเลย ขอเข้าซื้อ Thai Bond ไปก่อนดีกว่า

Thai EQ – หุ้นไทยเดือนที่แล้วว่าหนักแล้ว เดือนนี้หนักเข้าไปอีก ก็เข้าซื้อ Thai Bond เช่นกัน

DM EQ – จากที่ยืนเหนือ MA 40 เท่ห์ ๆ ผ่านมาเดือนเดียวตัดเส้น MA40 มาเฉยเลย

เลยต้องทำการ Policy ที่ตั้งไว้ ทำการขายทั้งหมด เข้า Thai Bond แล้วรอเข้าซื้อเมื่อยืนเหนือ MA40 อีกครั้ง

EM EQ – จากที่เก็งไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่าได้ขายแน่ อนิจจา กลับไม่เป็นเช่นกัน ยังสามารถยืนเหนือเส้น MA 20 ได้นิดหน่อย ทำการเข้าซื้อเหมือนเดิมไปก่อน

Sector EQ (Healthcare) – ส่วนนี้ก็ งง เหมือนกัน ยืนเหนืออยู่ดี ๆ ผ่านมาเดือนเดียว ตัดลง MA20 เฉย แต่ยังก็ยืนเหนือ MA40 อยู่ Action คือ ถือไว้ก่อน ไม่เข้าเพิ่ม นำเงินเข้าซื้อ Thai Bond รอไว้

Sector EQ (Tech) – เช่นกัน เหมือน Sector Healthcare เลย Action คือ ถือไว้ก่อน ไม่เข้าเพิ่ม นำเงินเข้าซื้อ Thai Bond รอไว้ เช่นกัน

สำหรับการเข้าซื้อประจำเดือนนี้ ที่มีเงินลงทุน 5,000 บาท ก็จะเข้าลงทุนตามนี้

ส่งคำสั่งซื้อขายเรียบร้อย (ไม่คิดว่าจะต้องขายออกเร็วขนาดนี้ แค่ 2 เดือนเอง)

พบกันเดือนหน้า เดาว่า เดือนหน้าอาจจะได้ซื้อกองทุนตราสารหนี้ทั้ง 5,000 บาท แน่เลย

Facebook Comments