เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ Jackpot เข้าอย่างจัง เพราะเงินที่พักไว้ในกองทุนตราหนี้ที่เลือกไว้คือ TMBABF โดนปิด !! เนื่องจากโดนแห่เทขายออกมา บลจ.จึงตัดสินใจปิดกองทุนในเวลาต่อมา มาดูกันว่าพอร์ตตอนนี้เป็นอย่างไร


รีวิวผลการลงทุนที่ผ่านมา

มูลค่าพอร์ตล่าสุดอยู่ที่ 33,404.23 บาท (เงินต้น 35,000 บาท) คือ อยู่ในสถานะขาดทุนแล้วนั่นเอง ครั้งนี้จะมีเงินสดอยู่เพราะกอง TMBABF มีการขายคืนอัตโนมัติมาส่วนนึง

ผลตอบแทนอยู่ที่ -3.2%

มาดูกันที่ Benchmark (BM) พบว่า ถ้าลงทุนแบบ SAA (Static Asset Allocation) ตาม Asset Index ด้วย Weight ที่วางแผนไว้ในแต่ละประเภทสินทรัพย์ ผลตอบแทนรวมจะอยู่ที่ -14.93% (หนักกว่าเดือนที่แล้วอีก – -“)

เรียกได้ว่าชนะ BM แบบใส ๆ (อย่างน้อยก็มีเรื่องที่น่าดีใจอย่างนึง) แม้ว่าจะเลือกกองทุนตราสารหนี้ที่โดนเทขายก็ตาม

สัดส่วนพอร์ตตอนนี้ถือตราสารหนี้ (+เงินสดที่โดนขายคืนอัตโนมัติ) อยู่เกินครึ่งพอร์ตแล้ว ส่วน EMEQ เหมือนจะรักษาทรงได้ดีอยู่ มาดูกันว่าเดือนนี้จะ Action อะไรยังไงต่อ


การเข้าซื้อเดือนนี้

Thai Property – จากกราฟจะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้รูดหนักเลย มีสัปดาห์ที่ผ่านมาเด้งขึ้นมานิดนึง แต่ยังอยู่ใต้ MA20 และ 40 อีกเยอะเลย เข้าซื้อ Thai Bond (กองใหม่ก่อน)

Thai EQ – หุ้นไทยโดยทิ้งบอมบ์จากเดือนก่อน ๆ มา เดือนที่ผ่านมาเริ่มอยู่ทรงแล้ว แต่ยังห่างไกลจากเส้น MA เยอะเลย

DM EQ – จากที่ทิ้งดิ่งตัดเส้น MA 40 เดือนที่ผ่านมามีเด้งขึ้นมาพอสมควรแต่ก็ยังห่างไกลเช่นกัน

EM EQ – เดือนที่แล้วยังยืนอยู่เหนือได้อยู่ พอมาเดือนที่ผ่านมาลงไปใต้ MA 40 แล้ว ดังนั้นคือ ทำการขายออก แล้วเข้าซื้อ Thai Bond

Sector EQ (Healthcare) – ตัดมาอยู่ใต้เส้น MA40 เช่นกัน ขายอีกแล้ว – -” แล้วเอาเข้า Thai Bond

Sector EQ (Tech) – สุดท้ายความหวังของหมู่บ้าน ที่คาดว่าจะได้ถือต่อ หรือ ซื้อต่อ แต่ไม่เลยมาอยู่ใต้ MA 40 เหมือนกัน T-T

สรุปเดือนนี้ ขายหมดทุกสินทรัพย์ !! เข้าซื้อ Thai Bond ให้หมด รวมถึงเงินใหม่ที่จะลงทุนด้วย

ส่งคำสั่งซื้อขายเรียบร้อย (Thai Bond ย้ายมาซื้อ KFAFIX-A แทน รวมถึงเงินสดที่ได้จากการขายคืนอัตโนมัติจากกอง TMBABF ด้วย)

ไม่รู้จะต้องถือ Thai Bond 100% ไปอีกนานเท่าไหร่นะ … นะ … นะ (เสียง echo ….)

Facebook Comments