ข้ามเดือน พ.ค. กันมาแล้ว เดือนที่ได้รับการกล่าวขานกันว่า Sell in May แต่ที่ไหนได้ ปีนี้ Buy in May กันชัด ๆ แล้วเดือนนี้พอร์ตก็กลับมากำไรแล้ว มาดูรายละเอียดกัน


รีวิวผลการลงทุนที่ผ่านมา

มูลค่าพอร์ตล่าสุดอยู่ที่ 45,168.26 บาท (เงินตั้งต้น 45,000 บาท) คือ กลับกำไรแล้วนิดหน่อย
<ตรง TMBABF ขอคิดมูลค่าปัจจุบันจาก มูลค่าสุดท้าย (NAV สุดท้าย * จำนวนหน่วยที่ถือครอง) ลบกับเงินที่คืนมาแล้วล่ะกันครับ ไม่งั้นจะตีมูลค่าพอร์ตปัจจุบันไม่ได้>

ผลตอบแทนของเดือนนี้อยู่ที่ 2.7% 

มาดูที่ Benchmark (BM) เดือนที่ผ่านมานี้ขึ้นมาทุกสินทรัพย์เหมือนเดิม แต่ดูว่าจะแผ่วลงไปหน่อย ทำให้ผลตอบแทนรวมของ BM อยู่ที่ 7.94%

แพ้ BM อีกแล้ว โดน BM ตีตื้นขึ้นมาแล้ว

สัดส่วนของพอร์ตตอนนี้อยู่ใน ตราสารหนี้ + เงินสดไว้เยอะเลย เพราะเพิ่งเริ่มกลับมาเข้าซื้อ Sector Fund เมื่อเดือนก่อน


การเข้าซื้อเดือนนี้

Thai Property – ขึ้นมายืนเหนือ MA 20 แล้ว แต่ยังไม่เหนือ MA 40 รอไปก่อนยังไม่เข้าซื้อ

Thai EQ – หุ้นไทย ทรงคล้าย Property เด้งขึ้นมาเหนือ MA 20 แล้ว แต่ยังเอื้อมไม่ถึง MA40 นั่งทับมือไปอีก 1 เดือน

DM EQ – พุ่งพรวดตัด MA ทั้ง 20 และ 40 เข้าซื้อเลย

EM EQ – กลับขึ้นมายืนเหนือ MA40 แต่ยังไม่เลย MA20 จึงยังไม่กลับมาเข้าซื้อ

Sector EQ (Healthcare) – Drop มาหน่อยแต่ยังคงซื้อต่อ

Sector EQ (Tech) – ซื้อต่อเลยขึ้น รัว ๆ แบบนี้

สรุปเดือนนี้ เริ่มกลับเข้ามาซื้อ DM EQ กับ EM EQ
โดย DM EQ เปลี่ยนมาเป็น K-CHANGE-A(A) แต่ EM EQ ยังคงใช้ TMBCOF เหมือนเดิม และยังคงซื้อ Sector EQ ด้วย

โดย 5,000 บาทที่เข้าใหม่จะทำการซื้อ ดังนี้
1. K-CHANGE-A(A) – 1,000 บาท (20%)
2. TMBCOF – 1,000 บาท (20%)
3. BCARE – 500 บาท (10%)
4. K-USXNDQ-A(A) – 1,000 บาท (20%)
และทำการขาย KFAFIX-A ทั้งหมดก่อน เพื่อที่จะรวมกับเงินคืน TMBBF แล้วมาซื้อ K-CHANGE-A(A) กับ TMBCOF เพิ่ม กองละ 9,000 บาท
5. เงินคืนส่วนที่เหลือ เข้า KFSPLUS
(เงินที่ lock อยู่ใน TMBABF นี่สร้างความยุ่งยากดีแท้ – -” )

จากกราฟเห็นแนวโน้มตอนนี้เหมือนจะเป็นขาขึ้นแล้ว มาดูกันว่าขึ้นจริง ขึ้นหลอก และหุ้นไทยจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามกันต่อไป

Facebook Comments