พรุ่งนี้จะเป็นวันแรกที่สามารถซื้อกองทุน SSFX ได้เบื้องต้นระยะเวลาในการซื้อคือ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. (ไม่รู้ว่าจะขยายเวลาอีกไหม)

ส่วนด้านล่างเป็นความเห็นส่วนตัวต่อการซื้อ SSFX นะครับส่วนรายละเอียดอื่น


  1. ฐานเงินเดือนสูง เรียกได้ว่าใช้ RMF เต็มสิทธิ์แล้ว คือ มีแผนซื้อ RMF เกิน 30% ของเงินได้แล้ว หรือ มีแผนว่าจะซื้อ RMF+PVD/กบข.+ประกันบำนาญ รวมกันเกิน 500,000 บาทแล้ว
  2. ต้องการลดหย่อนภาษีและมีเป้าหมายระยะกลาง (10 ปี) แต่อย่างไรก็ตามเป้าหมายนี้ควรลงทุนกองทุนประเภทอื่นควบคู่ไปด้วย (กองทุนหุ้นไทยล้วน ๆ มันค่อนข้างเสี่ยงนะครับ)

    เท่าที่นึกออกมีแค่นี้จริง ๆ 😅😅

กองไหนดี ?

ส่วนที่ว่าจะเลือกซื้อกองไหนดีนั้น อยากให้ดูนโยบายการลงทุนเป็นหลักนะครับ

ภาพจาก : Page Bird Finance

ถ้าต้องการซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีจริง ๆ รับความเสี่ยงมากไม่ได้ก็เลือกแบบที่ลงหุ้นไทยในสัดส่วนต่ำ เช่น พวก 70/30 หรือเลือกแบบที่มีนโยบายปันผล (แต่ก็ไม่ได้การรันตีว่าจะได้ตลอดนะครับ) เพราะว่าจะได้เงินคืนกลับมาก่อนบ้าง ในช่วง 10 ปีนี้

ถ้ารับความเสี่ยงได้ประมาณนึง เน้นประหยัด ก็เลือกแบบที่ลงทุนในดัชนี เช่น พวก SET50, SET100, SET Index

ถ้ามองว่าหุ้นไทยหลังจากนี้น่าจะยังไปได้ดีอยู่ รับความผันผวนได้ก็เลือกแบบที่ลงทุนในสัดส่วนหุ้นไทยสูง พวก ไม่น้อยกว่า 80%

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง และ SSFX เป็นกองทุนที่เปิดใหม่ซึ่งเรายังไม่เห็น Performance ในการจัดการและก็ซื้อได้ในช่วงเวลาที่สั้นมาก (3 เดือน) คือเฉลี่ยต้นทุนไม่ได้ ถ้าซื้อแล้วมองผลตอบแทนเป็นรายกองทุน ก็ถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง แต่ถ้ามองเป็นส่วนนึงของพอร์ต ซื้อเพื่อมาทดแทนสัดส่วนหุ้นไทยชั่วคราวก็ถือว่าพอทำได้อยู่ เพราะน่าจะไม่ต่างกันมาก

ดังนั้น อยากให้พิจารณากันดี ๆ นะครับ ว่าควรซื้อหรือไม่ควรซื้อคุ้มค่าไหมกับการซื้อเพื่อให้ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ และอย่าลืมดูสภาพคล่องของตัวเองด้วยนะครับ มันเพียงพอไหมถ้าจะซื้อเพิ่มในส่วนนี้

ขอบคุณครับ 🙂

Facebook Comments