ช่วงปลายปีแบบนี้ งานกำลังมีงาน Motor Expo พอดี
หลาย ๆ คนก็อาจจะเล็ง ๆ รถคันใหม่ไว้
แต่จะซื้อรถใหม่ทั้งที เราก็ควรดู budget ที่เรามีด้วยเหมือนกัน
ไม่งั้นซื้อไป ผ่อนไม่ไหว อาจจะเกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลังก็ได้

เลยอยากจะชวนให้มาวางแผนการเงินกันก่อนซื้อรถ
ว่าถ้าจะซื้อรถ ราคารถที่เราควรซื้อนั้น ควรอยู่ที่เท่าไหร่


ตัวแปรหลัก ๆ ที่อยากย้อนกลับมาดูก่อนจะซื้อรถยนต์ คือ

1. เงินดาวน์

ว่า ณ ตอนนี้เรามีเงินดาวน์อยู่ที่เท่าไหร่ หากจ่ายเงินดาวน์ก้อนนี้ไปแล้ว
เรายังคงมีเงินสำรองฉุกเฉินเหลืออยู่หรือไม่ หากคำนวณแล้วไม่พอ
ผมคิดว่า อดใจรอ ออมเพิ่มอีกซักนิดจะดีกว่า 🙂

 

2. เงินผ่อนต่อเดือน

ต่อมาควรมาดูต่อกันว่า เรามีกำลังในการผ่อนมากน้อยแค่ไหน
ตามหลักที่เรียนมา

ค่าผ่อนชำระหนี้สินทั้งเดือน ไม่ควรเกิน 35% ของรายได้ต่อเดือน

สมมุติว่า รายได้ 50,000 บาทต่อเดือน ค่าผ่อนทั้งหลายต่อเดือนไม่ควรเกิน 17,500 บาท
ถ้าเราผ่อนบ้านเดือนละ 10,000 บาท ค่าผ่อนรถต่อเดือนก็ไม่ควรเกิน 7,500 บาท

 

3. จำนวนปีในการผ่อน

ปัจจุบันนี้ (ปี 61) การคำนวณดอกเบี้ยของรถยนต์นั้น ใช้วิธีที่เรียกว่า Flat Rate
คือ เอาอัตราดอกเบี้ยคูณยอดกู้ทั้งหมดก่อน แล้วคูณด้วยจำนวนปีอีกที
ดังนั้น หากจำนวนปีที่ผ่อนมาก ค่าดอกเบี้ยก็จะมากตาม เช่นกัน

 


เมื่อเราได้ข้อมูลกันพร้อมแล้ว เราสามารถประมาณราคารถยนต์สูงสุดที่สามารถซื้อได้ โดยใช้สูตรดังนี้

เช่น มีเงินเก็บเพื่อดาว์นรถยนต์ได้ 200,000 บาท มีความสามารถในการผ่อนชำระ 10,000 บาทต่อเดือน
คิดว่าจะผ่อน 5 ปี ราคาดอกเบี้ยอยู่ที่ 4% ต่อปี ก็จะคำนวณได้ดังนี้

ราคารถยนต์สูงสุด (บาท) = [(10,000 x 12 x 5) / (1+(0.04 x 5))] + 200,000

ดังนั้น ราคารถยนต์สูงสุด ที่เราสามารถซื้อได้จะอยู่ที่ 700,000 บาท เป็นต้น


หากพอคำนวณได้แบบนี้แล้ว จะได้ตั้ง budget กันถูกว่าเราจะซื้อรถยนต์ตามกำลังที่เราสามารถผ่อนไหว จะได้ไม่อึดอัดใจในภายหลัง

 

หมายเหตุ : สำหรับคนที่ต้องการซื้อรถยนต๋คันแรก อยากให้คิดถึงปัจจัยค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมาด้วยนะครับ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ค่าประกันภัย ค่าภาษีทะเบียน ค่าบำรุงรักษารถยนต์ ฯลฯ หากคิดแล้วพบว่า การมีรถยนต์แล้วช่วยให้เราสะดวกขึ้น สร้างรายได้ให้เราได้มากยิ่งขึ้น ก็สามารถซื้อได้เลยครับ

 

Facebook Comments