สวัสดีสิ้นเดือน ม.ค. หลาย ๆ คน อาจจะได้โบนัสแล้ว หรือเตรียมรับโบนัสกัน พอรู้แบบนี้แล้วมันก็เกิดอาการอยาก Shopping ซื้อนู้น ซื้อนี่ คันไม้ คันมือ จับจ่ายใช้สอยสนองความอยาก ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่ในแผนเลย แล้วแบบนี้เราควรทำอย่างไรดี ? เพื่อไม่ให้เผลอซื้อโดยไม่รู้ตัว


วันนี้เลยขอมาแชร์วิธีการส่วนตัวซะหน่อย เพราะมันได้ผลมาหลายครั้งอยู่

1.
ตั้งสติ หยุดคิดถึง หยุดหาข้อมูลก่อน
การนึกถึงมันบ่อย ๆ และถลำตัวไปหาข้อมูล
จะเพิ่มพูนความอยากมากขึ้นเรื่อย ๆ
แล้วยิ่งความอยากขยายตัวมากขึ้นเท่าไหร่
เราอาจจะต่อต้านมันไม่ไหว จนต้องควักเงินออกไป


2.
พิจารณาว่ามันเป็น Want หรือมันเป็น Need
วิธีการง่าย ๆ ในการแยกแยะคือ ถามตัวเองว่า
ถ้าไม่มีมัน มันกระทบเรามากไหม หรือก็งั้น ๆ ยังอยู่ได้
ถ้าคิดดีแล้วพบว่ามันมีผลกระทบ อันนี้เป็น Need
แต่ถ้าโอเค มันก็แค่อยากได้อ่ะ ไม่มีก็ได้ (อันนี้เป็น Want)


3.
ถ้าเป็น Need ให้กลับมาดูราคาก่อน
ถ้าราคาอยู่ในระดับที่ไม่กระทบกับค่าใช้จ่ายรายเดือน
หรือสามารถลดค่าใช้จ่ายอย่างอื่นมาทดแทนได้
เช่น งดซื้อชานมไข่มุก หยุดบุฟเฟต์ ฯลฯ
ก็น่าจะสามารถซื้อของสนอง Need ได้


4.
ถ้าเป็น Need แล้วราคามันสูงมาก
แบบนี้คงต้องกลับไปดูที่แผนว่าปรับอะไรได้ไหม
ถ้าปรับได้ ก็ลองปรับขยับตัวเลขดู แล้วทำตามแผนใหม่
ถ้าปรับไม่ได้ คงต้องหยิบเงินสำรองฉุกเฉินมาใช้
แล้วทยอยเติมกลับให้เหมือนเดิม


5.
ถ้าเป็น Want คงต้องยับยั้งชั่งใจไว้หน่อย อย่าเพิ่งซื้อเลย
ปล่อยทิ้งไว้ซักพัก ความอยากมันจะลดลงไปเอง
แต่ถ้ามันไม่หาย ยังอยากอยู่
ให้ลองตั้งโจทย์ดู ว่าเราสามารถหารายได้เพิ่มได้อย่างไร
เพื่อตอบสนอง Want เหล่านี้


การ Shopping ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ที่ผิด คือ การไม่ได้ประเมินกำลังซื้อกับค่าใช้จ่ายของตนเอง
เมื่อซื้อของเกินตัว มันอาจจะเป็นรอยร้าวเล็ก ๆ ที่จะนำพาไปสู่รอยร้าวใหญ่ในวงจรหนี้สินได้

ใช้เงินซื้อความสุขตามฐานะ ดีกว่า มีภาระจากความสุขที่เกินฐานะของเรานะครับ 🙂

Facebook Comments