หลังจากสอบได้ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน หรือ IC Plain ผมก็เริ่มหาข้อมูลต่อเกี่ยวกับการสอบ CFP ว่าควรจะเริ่มต้นจากที่ไหนอย่างไรดี

หลัก ๆ จะเริ่มต้นกันที่เว็บไซต์ของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย หรือ www.tfpa.or.th

โดยเราจะสามารถดูตารางการอบรมและตารางการสอบของปีนั้น ๆ ก่อนว่า เรามีแผนว่าจะเริ่มต้องอบรมเมื่อไหร่และจะทำการสอบเมื่อไหร่

การสอบในทุก ๆ ฉบับ (Paper) จำเป็นที่ต้องเข้ารับการอบรมก่อนที่จะสอบ แต่ก็มีบางชุดวิชาที่สามารถเทียบเคียงวุฒิได้ เพื่อที่จะไม่ต้องเข้าอบรม และทำการเข้าสอบได้เลย

ในส่วนของ Module 1 พื้นฐานการวางแผนการเงิน ภาษี และจรรยาบรรณ (Foundation of Financial Planning, Taxation, and Ethics and Practice Standards) นั้น เท่าที่หาข้อมูลดู เหมือนจะไม่มีการเทียบวุฒิได้ จำเป็นที่จะต้องเข้าอบรมและทำการสอบทั้ง 2 อย่าง


เลือกสถาบันฝึกอบรม

ในตารางฝึกอบรมจะมีเรื่องรายละเอียดหลัก ๆ อยู่ 2 อย่างคือ สถาบันฝึกอบรม ซึ่งในปี 2561 นี้ มีอยู่ 4 สถาบันที่จัดฝึกอบรมใน Module ที่ 1 คือ ThaiPFA, ATI, AIMC, CMSK 

ในตอนนั้นผมเหลือตัวเลือกอยู่ 2 ที่ คือ ThaiPFA กับ CMSK ซึ่งรายละเอียดของทั้ง 2 ที่จะต่างกัน ทั้งเรื่อง วันเวลาที่อบรม, ค่าสมัครอบรม (ต่างกันนิดหน่อย), Option เสริมต่าง ๆ (เช่น มีติวสอบ, เรียนซ้ำได้ หรือมีข้อออนไลน์ให้ฝึก เป็นต้น)

สำหรับครั้งนี้ ผมเลือกที่จะอบรมกับที่ ThaiPFA เพราะวันที่อบรม อบรมแบบติดกัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ (การอบรมในแต่ละครั้งก็ไม่มีเหมือนกัน ควรเช็คตารางอบรมอีกที) ซึ่งมีค่าอบรมอยู่ที่ 10,700 บาท (รวม VAT แล้ว)


การอบรมกับ ThaiPFA

สำหรับการอบรมกับ ThaiPFA ของผมในครั้งนี้นั้น เรียนกันที่ Boulevard Hotel Bangkok ตรงถ.สุขุมวิท เนื่องจากผมเลือกวันแรกที่เรียนเป็นวันศุกร์ การจราจรในวันนั้นค่อนข้างติด (แต่เสาร์ อาทิตย์โล่งดีเลย) เลยอยากจะแนะนำให้เตรียมกันให้ดีหน่อยสำหรับผู้ที่คิดจะเรียนกันในวันธรรมดา เพราะในวันแรกผมไปเกือบสาย

เอกสารที่ทาง ThaiPFA ให้ค่อนข้างครบถ้วนดี มีหนังสือฝึกอบรมของสมาคมนักวางแผนการเงินไทยให้ 2 เล่ม คือพื้นฐานการวางแผนการเงิน กับ หนังสือจรรยาบรรณและคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับนักวางแผนการเงิน และมีเอกสารของ ThaiPFA เองอีกคือ เอกสารประกอบการเรียนและแบบฝึกหัด และเอกสารอีกอย่างที่ผมชอบมาคือ คู่มือว่าที่นักวางแผนการเงิน CFP ที่บอกรายละเอียดต่าง ๆ ค่อนข้างดี

ในส่วนของวิทยากรที่ผมได้เรียนในหลักสูตรนั้นมี 3 ท่าน แบ่งเนื้อหาหลัก ๆ คือ การวางแผนการเงิน จรรยาบรรณ และเรื่องของภาษี วิทยากรแต่ละท่านสอนได้ดี สนุกดี (แต่มีวันที่ง่วงนอน ตอนกลางวันเหมือนกัน เพราะกินเยอะไปหน่อย 55+ อาหารที่มีให้ในหลักสูตรเป็น Buffet นานาชาติ และมีอาหารเช้าให้รับประทานด้วย)

สำหรับที่ ThaiPFA หลังจากเรียนจบ เราสามารถเลือกที่จะเลือกลงเรียนหลักสูตรทบทวนเพื่อเตรียมสอบได้ด้วย ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ จะมีแบบฝึกหัดมาให้ทำ และทำไปพร้อมกับอาจารย์ พร้อมกับอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงตอบข้อนี้แบบนี้ เป็นต้น (แนะนำว่า ก่อนเข้าหลักสูตรทบทวน ควรอ่านทบทวนมาก่อน ผมเองไม่ได้อ่านทบทวนไปก่อน ถึงกับตามไม่ทันอยู่เหมือนกัน)


การสมัครสอบ

หลังจากเรียนหลักสูตรฝึกอบรมเสร็จ หากใครต้องการที่จะสอบในรอบที่ใกล้ที่สุด แนะนำให้รีบลงทะเบียนสอบทันที เพราะจะเต็มเร็วมาก เนื่องจากในปีนึง ทางสมาคมฯ จะจัดสอบเป็นรอบ ๆ

การสมัครสอบสามารถเข้าไปทำการลงทะเบียนได้ที่ https://member.tfpa.or.th/UserLogin.aspx โดยเริ่มต้นสมัครสมาชิกก่อนในครั้งแรก และทำการลงทะเบียนสอบได้เลย

สำหรับค่าสอบในปี 2561 นี้ อยู่ที่ 2,000 บาท (รวม VAT แล้ว)


การเตรียมตัวสอบ

หลังจากที่ผมเข้าหลักสูตรทบทวนก่อนสอบกับทาง ThaiPFA ซึ่งเป็นเวลา 2 อาทิตย์ก่อนสอบ ทำให้รู้ตัวเองว่า อาจจะสอบไม่ผ่านก็เป็นได้ ถ้ายังไม่ได้อ่านหนังสือสอบ – -” เพราะแบบฝึกหัดที่ทำในหลักสูตรทบทวน ผมทำได้น้อยมาก

ดังนั้น เหลือเวลา 2 อาทิตย์ก่อนสอบ จึงเริ่มต้นที่จะอ่านหนังสือสอบ โดยเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือจรรยาบรรณและคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับนักวางแผนการเงิน ที่เป็นเล่มเล็กก่อน (128 หน้า) ผมค่อย ๆ อ่านอยู่ 4 วัน กว่าจะจบ แต่จะบอกว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก

สัปดาห์ต่อมา ความขี้เกียจเข้าครอบงำ ไม่ค่อยได้หยิบหนังสือมาอ่านเลย  3 วันก่อนสอบ เริ่มรู้แล้วว่าหนังสือพื้นฐานการวางแผนการเงินที่เป็นเล่มหนา น่าจะอ่านไม่ทัน (322 หน้า) เลยเปลี่ยนแผนเริ่มอ่านเอกสารเข้าอบรมของ ThaiPFA แทน โดยเริ่มอ่านตั้งแต่คืนวันพฤหัสฯ (สอบวันอาทิตย์) และวันศุกร์ ผมหยุดงานเพื่อเตรียมตัวสอบ ดังนั้นใช้เวลาทบทวนทั้งหมด 2 วัน 3 คืน (อ่านประมาณ 2 รอบ และทำแบบฝึกหัดคำนวณในวันเสาร์ก่อนสอบ)


วันสอบ

เช้าวันสอบผม ความรู้มั่นใจไม่ได้สูงมากเหมือนตอนสอบ IC แอบคิดว่าอาจจะไม่ผ่านก็ได้ เพราะไม่ได้เตรียมตัวได้เหมือนอย่างที่คิดตอนแรก แต่ก็จะทำให้เต็มที่

การสอบเริ่มลงทะเบียน 8 โมงเช้า สถานที่สอบคือ ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท ผมไปถึงก่อนลงทะเบียนซักพักนึง ก็มีเพื่อนส่วนสอบอยู่หลายคน มาทบทวนอ่านหนังสือสอบกันเยอะอยู่ ซักพักก็เปิดให้ลงทะเบียนเจ้าหน้าที่แจ้งรายละเอียดสิ่งของที่สามารถนำเข้าห้องสอบได้ (อ่อ แนะนำให้นำเสื้อกันหนาวไปเผื่อด้วยนะครับ ค่อนข้างเย็น)

8 โมงครึ่งเริ่มเข้าห้องสอบได้ เจ้าหน้าที่แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบต่าง ๆ เป็น presentation ให้ดู

และเริ่มทำการสอบ 9 โมง มีเวลา 3 ชั่วโมง 85 ข้อ ผมเริ่มทำในส่วนของจรรยาบรรณก่อนเลย เพราะไม่มีคำนวณแน่นอน จะได้ไม่เสียไปเยอะกับส่วนนี้

หลังจากทำส่วนจรรยาบรรณเสร็จ ก็กลับไปทำตั้งแต่ข้อ 1 ใหม่ ค่อย ๆ ทำไป เจอข้อสอบคำนวณข้อไหนที่อ่านแล้วคิดว่าต้องใช้เวลา ผมข้ามไปก่อนเลย แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ ส่วนข้อไหนไม่มั่นใจ จะ mark จุดเล็ก ๆ ไว้ที่กระดาษคำตอบ เผื่อเวลาเหลือได้กลับมาทบทวนอีกครั้ง

เวลาส่วนใหญ่ในการสอบจะหมดกับเรื่องการคำนวณ โดยเฉพาะที่โจทย์ยาว ๆ พยายามหาคำถามก่อน แล้วค่อยไปอ่านโจทย์ ก็ช่วยประหยัดเวลาไปได้ระดับนึง

ผ่านไป 2 ชั่วโมงนิด ๆ ผมทำเสร็จเกือบครบทุกข้อ เหลือข้อที่ไม่แน่ใจกับคิดว่าไม่มีคำตอบอยู่ประมาณ 10 ข้อ เลยกลับมาอ่านใหม่อีกรอบ และค่อยทำไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นอันเสร็จ (เสร็จเร็วกว่าที่คิด) และก็นำกระดาษคำตอบใส่ซองวางไว้ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่คุมสอบ

ทางทีมงานผู้จัดสอบติดป้ายประกาศไว้ว่า ผลสอบใช้ระยะเวลาประมาณ 30 วันทำการ ในการประกาศ เลยรอลุ้นผลอยู่เหมือนกัน เพราะคิดว่าพอทำได้อยู่


ประกาศผลสอบ

Line ของ ThaiPFA แจ้งมาเมื่อเย็นนี้ว่า ผลสอบออกแล้ว สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์สมาคมได้ เลยรีบเข้าไปดูเลย

ผลที่ได้คือ ผ่าน ! (ดีใจมาก เพราะก่อนสอบไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าเตรียมตัวไปดีแล้ว)


แผนหลังจากสอบครั้งนี้ ผมลังเลอยู่ 2 อย่างว่า จะสอบ Complex Product 1&2 ก่อนดี หรือว่าจะสอบ CFP Paper 2 ต่อเลย ขอดูตารางอบรมและตารางสอบก่อนดีกว่า แล้วจะมาเขียนต่ออีกทีนะ

Facebook Comments