วันนี้อยากจะมาชวนตรวจสุขภาพทางการเงินกันด้วยตัวเอง ร่างกายเรา เรายังต้องไปตรวจสุขภาพ แล้วการเงินเรา ทำไมถึงไม่ตรวจกันบ้าง ทั้ง ๆ ที่เราสามารถตรวจกันได้ด้วยตัวเอง

ผมซาบซึ้งถึงคำว่า “ใช้เงินเดือนชนเดือน”
ก็ตอนที่นำเงินมาสร้างบ้านนี่แหล่ะ
ตอนนั้น เอาเงินเก็บทั้งหมดที่มี มาลงกับบ้านหมดเลย
เงินโบนัส เงินเดือนที่ได้มา ก็เอามาจ่ายกับเรื่องนี้เป็นส่วนใหญ่

เงินสดที่มีสภาพคล่องสูง เรียกได้ว่าเป็น 0 ในทุก ๆ สิ้นเดือน
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีเงินติดกระเป๋าพันนิด ๆ
เฝ้ารอให้เงินเดือนออก จะได้มีเงินมาใช้จ่าย (รวมถึงจ่ายค่าทำบ้านด้วย)
เป็นแบบนี้อยู่เกือบปี จนกระทั่งบ้านเสร็จ

เอาเข้าจริง ๆ ผมเพิ่งเริ่มต้นลงทุน ด้วยการซื้อกองทุนรวม มาได้ 1 ปี นิด ๆ โดยใช้เวลาศึกษาในเรื่องของกองทุนรวมประมาณ 3 – 4 เดือน แล้วเริ่มจัดพอร์ต และ 12 ข้อด้านล่างนี้เป็นข้อคิดที่ได้จากการลงทุนใน 1 ปีที่ผ่านมา

สัปดาห์ที่แล้วผมได้ไปอบรมสำหรับเตรียมสอบ IC เพื่อที่จะขอวุฒิผู้แนะนำการลงทุน (รายละเอียดจะเขียนแยกอีกทีใน CFP Diary) มีเนื้อหาอยู่ส่วนนึงน่าสนใจ และคิดว่าเหมาะกับหลาย ๆ คนที่กำลังจะเริ่มต้นลงทุน เนื้อหาส่วนนี้กล่าวถึงกระบวนการตัดสินใจลงทุน เพื่อให้ผู้แนะนำการลงทุนนำไปใช้กับลูกค้า

แต่ผมคิดว่าเนื้อหาส่วนนี้สามารถให้ผู้ที่จะลงทุนทุกคนสามารถทำเองได้ และเป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับการเริ่มต้นที่จะลงทุนในตลาดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยกระบวนการตัดสินใจลงทุนนั้น จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

มีเงิน x บาท ลงทุนอะไรดี ?

เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมมักจะเจอในกระทู้ หรือโพสใน group การเงินต่าง ๆ ค่อนข้างบ่อยและก็เป็นคำถามกำปั้นทุบดิน ที่ตอบได้ยากมาก เพราะมันไม่มีเนื้อหาอะไรเลย นอกจากรู้เพียงแค่ว่ามีเงิน x บาท ซึ่งจริง ๆ แล้ว การจะมีเงินมาลงทุนอะไรนั้นเราก็ควรจะพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ด้วย และบอกรายละเอียดเพิ่มเติมในคำถามนั้น

วันนี้ขอมาแชร์ไอเดียหน่อย ว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา เวลามีเงินเดือนเข้ามาแล้ว จะแบ่งยังไงดี

หลักการการบริหารการเงินง่าย ๆ คือ แบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน คือ เงินออม กับเงินใช้จ่าย

ใครที่อยากจะเริ่มต้นวางแผนการเงินส่วนตัว อยากจะแนะนำให้ download โปรแกรมนึงเก็บไว้ โปรแกรมนี้มีชื่อว่า Financial Calculator ซึ่งมีหลากหลายฟังก์ชั่นในการคำนวณ ใครที่สนใจสามารถ download ได้ตาม link ด้านล่างนี้